ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานและวิธีการตรวจหาเบาหวาน

เบาหวาน
การตรวจหาเบาหวาน

บทความก่อนหน้านี้ที่ได้อธิบายถึงเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 รวมถึงภาวะเบาหวานชั่วคราวไปแล้วนั้น เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นประเภทเบาหวานที่พบได้มากกว่า เบาหวานประเภทที่ 1 (ประเภทที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้) ซึ่งเบาหวานประเภท 2 นี้ มีสาเหตุและความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานได้หลักหลายประการ อาทิ เชื้อชาติ กรรมพันธุ์ (กรณีที่มีบุคคลในครอบครัวเป็นเบาหวานนั้น ท่านมีโอกาสเป็นเบาหวาน 10 – 15%) อายุที่เพิ่มมากขึ้น (แต่ปัจจุบันก็พบผู้ป่วยที่อายุน้อยลงๆเช่นเดียวกัน) ปัจจัยการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง พวกแป้ง อาหารขยะ ฯลฯ ภาวะความเครียดที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ภาวะอ้วนน้ำหนักเกินซึ่งจะรบกวนการทำงานของอินซูลินในร่างกาย ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือตอนคลอดลูกและลูกมีน้ำหนักตัวเกิน 4 กก. เป็นต้น

หากท่านกำลังสงสัยว่าตนเองเป็นเบาหวานหรือไม่ สามารถใช้วิธีการตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดได้เบื้องต้น คือ การเจาะเลือดจากปลายนิ้วมือ ซึ่งสามารถซื้ออุปกรณ์ตรวจระดับน้ำตาลนี้ได้ทั่วไป เกณฑ์การวัดแบ่งได้เป็นสองประเภท ได้แก่

ประเภทที่ 1 การตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดก่อนรับประทานอาหารเช้า(อดอาหารมา 8 ถึง 12 ชั่วโมง)
– หากระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 70 ถึง 99 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (dl) ถือว่าเป็นปกติ
– หากระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 100 ถึง 125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (dl)ให้สงสัยว่าอาจอยู่ในสภาวะเบาหวานแฝงหรือเป็นขั้นก่อนที่จะเป็นโรคเบาหวาน
– หากน้ำตาลสูงกว่า 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (dl)ให้สงสัยว่าท่านกำลังเป็นเบาหวานแล้ว

ประเภทที่ 2 การตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากรับประทานอาหารไปแล้ว
– หากระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากทานอาหารไปแล้วต่ำกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (dl)ถือว่าเป็นเกณฑ์ปกติ
– ระดับน้ำตาลที่ 140 ถึง 199 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (dl)อาจอยู่ในภาวะเบาหวานแฝง
– ระดับน้ำตาลมากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (dl)ให้สังเกตว่าหากท่านมีอาการหรือสัญญาณของเบาหวานก่อนหน้านี้ร่วมด้วย เช่น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย หรือน้ำหนักลด มีอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้า ท่านอาจจะเป็นเบาหวานแล้วแต่เพื่อการตรวจวินิจฉัยให้มั่นใจควรให้แพทย์ทำการตรวจซ้ำอีกครั้งซึ่งแพทย์อาจทำการเจาะเลือดจากข้อพับแขนเพื่อนำไปตรวจหาต่อไป

ในกรณสำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นเบาหวานหรืออยู่ในสภาวะเบาหวานแฝงหรือพบว่าถ้ามีน้ำตาลในเลือดสูง การดูแลตนเองในช่วงนี้ถือเป็นเรื่องเป็นสิ่งสำคัญมากการควบคุมอาหาร ควบคุมรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ปกติมากที่สุด ออกกำลังกายทำตามที่แพทย์แนะนำ และตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเสมอ จะช่วยลดโอกาสในการเป็นเบาหวานเต็มตัวหรือทำให้สามารถลดขนาดเหลืองดการใช้ยาได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวินัยและกำลังใจของตัวท่านเอง